รักษากรดไหลย้อนที่เหมาะสมสำหรับทุกคน

อาการที่พบบ่อยที่สุดที่คนมักจะประสบกับเงื่อนไขนี้คืออิจฉาริษยาอาการอาหารไม่ย่อยและสำรอก อย่างไรก็ตามในบางกรณีพวกเขาอาจพบว่าพวกเขาเรอบ่อยมากหรือเริ่มรู้สึกคลื่นไส้หลังจากรับประทานอาหารแล้ว มีบางกรณีที่บางคนรู้สึกป่องหรือท้องเต็มแม้ว่าพวกเขาอาจไม่ได้กินมาก จากนั้นในสถานการณ์อื่นผู้ประสบภัยอาจรู้สึกไม่สบายหรือเจ็บปวดในส่วนบนของช่องท้อง หากสภาพไม่ได้รับการรักษากรดไหลย้อนจะมีความเสี่ยงเนื่องจากการสำรอกของกรดในลำคอซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปหลอดอาหารอาจกลายเป็นอักเสบและความเสียหายอาจเกิดขึ้นได้

แน่นอนถ้าคุณสังเกตเห็นว่าคุณกำลังทุกข์ทรมานจากอาการกรดไหลย้อน

ที่กล่าวถึงข้างต้นแล้วแน่นอนว่าคุณควรเริ่มรักษา เมื่อพูดถึงการรักษาโรคกรดไหลย้อนในขั้นต้นการใช้ยาที่มีผลข้างเคียงควรจะเพียงพอ อย่างไรก็ตามหากอาการแย่ลงคุณควรขอคำแนะนำจากแพทย์ของคุณซึ่งอาจจะสามารถสั่งยาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อช่วยให้อาการดีขึ้น ไม่ว่าคุณจะได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ของคุณด้วยโรคกรดไหลย้อนหรือโรคกรดไหลย้อนหรือกำลังประสบกับมันเนื่องจากกำลังตั้งครรภ์หรือเพิ่งเริ่มที่จะพัฒนาปัญหาอาการเสียดท้องบ่อยๆ

การรักษาโรคกรดไหลย้อน

ใช่มีการรักษาพยาบาลที่ทันสมัยมากมายตั้งแต่ยาและยาไปจนถึงยาลดกรดที่มักใช้เพื่อต่อสู้กับอาการกรดไหลย้อน แต่น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้รักษาจริงๆ พวกเขาจะใช้เพียงเพื่อบรรเทาจากอาการปวดจากปัญหาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง การใช้ยาประเภทนี้ไม่ได้เป็นการรักษาระยะยาวกรดไหลย้อนที่รุนแรงและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ในอนาคตไม่เพียง แต่จากตัวยาเอง แต่จากปัญหาพื้นฐาน โชคดีที่ตอนนี้มีการใช้วิธีรักษาทางธรรมชาติจำนวนมากและได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จในการรักษาโรคกรดไหลย้อนโดยไม่มีผลข้างเคียงในขณะที่ปรับปรุงสุขภาพโดยรวม

การเยียวยาธรรมชาติมีความได้เปรียบ

ไม่ใช่ปัญหาการไหลย้อนกลับทุกอย่างเหมือนกัน กรดไหลย้อนมักถูกตำหนิในกรดในเลือดสูงเนื่องจากกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไปที่ผลิตบ่อยเนื่องจากอาหารที่รับประทาน โรคกรดไหลย้อนเกิดขึ้นเมื่ออาหารและกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นสู่หลอดอาหาร นี่อาจเป็นเพราะกรดในกระเพาะน้อยเกินไปที่ถูกสร้างขึ้นและเนื้อหาไม่ได้ถูกย่อยอย่างรวดเร็วเพียงพอ

โชคดีที่มีการรักษาธรรมชาติและการรักษากรดไหลย้อนทั้งสองเงื่อนไข มีประโยชน์มากมายในการรักษากรดไหลย้อนธรรมชาติสำหรับกรดไหลย้อนรวมถึงค่าใช้จ่ายความสะดวกในการเข้าถึงและไม่มีความเสี่ยงของผลข้างเคียง อย่างไรก็ตามประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่เพียง แต่การเยียวยาที่บ้านเท่านั้นที่รักษาอาการที่มีอยู่พวกเขายังสามารถป้องกันการไหลย้อนกลับในอนาคตอีกทั้งยังช่วยปรับปรุงสุขภาพร่างกายทั้งหมดลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://green-curmin.com/

สมุนไพรรักษาโรคกระเพาะ

ในการแพทย์แผนไทยมีพืชและสมุนไพรอยู่หลายชนิดที่ช่วยรักษาโรคกระเพาะได้ เช่น

กระเจี๊ยบมอญ

มีสารเพคตินและสารเมือกช่วยเคลือบกระเพาะอาหารและลำไส้ จึงช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ อีกทั้งยังช่วยดูแลระบบทางเดินอาหารด้วย เพราะเป็นผักที่มีเส้นใยสูง จึงช่วยให้ขับถ่ายได้ดี อ่านต่อ http://www.han-ten.net/?p=273

ทั้งนี้ วิธีใช้เป็นยารักษาโรคกระเพาะ คือ เลือกผลกระเจี๊ยบมอญอย่างอ่อน ล้างให้สะอาด นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปตากให้แห้งสนิท จึงนำมาบดเป็นผงละเอียด จะได้ผงกระเจี๊ยบเขียวสีอ่อน มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เก็บใส่ขวดโหลไว้ ใช้ชงดื่ม หรือโรยในจานข้าว โรยในเครื่องดื่ม หรือบรรจุในแคปซูล ข้อควรรู้ที่สำคัญของแคปซูลที่นำมาใช้ คือ ถ้าเป็นแคปซูลที่ทำจากข้าวเหนียวจะไปแตกตัวที่ลำไส้ ถ้าเป็นแคปซูลเจลจะแตกตัวที่กระเพาะอาหาร ถ้าเป็นที่ใดที่หนึ่งก็ลองเลือกบรรจุแคปซูลให้เหมาะสม

ขมิ้นชัน

น้ำมันหอมระเหยในขมิ้นชันมีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุกเสียด ขับลม จึงนิยมนำขมิ้นมาใช้สมานแผลในกระเพาะอาหาร ทำความสะอาดลำไส้ รักษาโรคกระเพาะอาหาร

สำหรับคนที่ซื้อขมิ้นชันแบบผงมารับประทานเอง ให้ใช้สูตรคือ ขมิ้นชันผง 1 ช้อนชา ผสมน้ำ 1 แก้ว (ไม่เต็ม) แล้วรับประทาน ขมิ้นชันที่ไหลผ่านอวัยวะภายในต่าง ๆ สามารถบำรุงอวัยวะส่วนนั้นได้ด้วย คือ ผ่านลำคอ จะช่วยขับไล่ไรฝุ่นที่ลำคอ, ผ่านปอดจะช่วยดูแลปอดให้หายใจได้ดีขึ้น, ผ่านม้ามจะช่วยลดไขมัน ไม่ให้น้ำเหลืองเสีย, ผ่านกระเพาะอาหารจะช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร, ผ่านลำไส้จะช่วยสมานแผลในลำไส้ และผ่านตับก็จะช่วยบำรุงตับ ล้างไขมันในตับ

กล้วย

ข้อมูลจาก หมอชาวบ้าน ระบุว่า ในเนื้อและเปลือกกล้วยมีเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่มีผลยับยั้งการหลั่งของน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร และกระตุ้นให้ลำไส้เล็กบีบตัวมากขึ้น จึงช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและทำให้ระบายได้

วิธีใช้ก็คือ นำกล้วยน้ำว้าดิบที่แก่จัดทั้งลูก (ทั้งเปลือก) นำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นขวางลูกเป็นชิ้นบาง ๆ เหมือนหั่นแตงกวาใส่ข้าวผัด เสร็จแล้วนำไปเกลี่ยใส่ถาด อย่าให้ชิ้นกล้วยซ้อนกันมากนัก ตากแดดจัด ๆ สักสามแดด แล้วจึงนำมาใส่ครกตำให้ละเอียด โดยนำมาตำในขณะเก็บจากแดดใหม่ ๆ เพราะกล้วยยังกรอบอยู่จะทำให้ตำละเอียดง่าย จากนั้น เก็บใส่ขวดปากกว้างที่มีฝาปิดได้สนิท ใช้ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำค่อนแก้วกินหลังอาหารทุกมื้อ ช่วยให้อาการดีขึ้น

ฝรั่ง

เป็นผลไม้ที่มีสารแทนนินอยู่มาก จะช่วยยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรค ช่วยสมานท้องและลำไส้ ลดอาการอักเสบของกระเพาะลำไส้ และช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน อ่าต่อ http://www.degenerator.net/?p=436